inspiration! - แรงบันดาลใจ อันด่วงดึง "ไมเคิล
แรงบันดาลใจ อันด่วงดึง "ไมเคิล แองเจโล"
จากหนังสือ The Agony and the Ecstasy
----------------------
ในท่ามกลาง ความยุ่งยากวุ่นวาย จากการต่อสู้ระหว่างพวกเดียวกันในฟลอเรนซ์ ปีคริสต์ศตรรษที่15
บุคคลผู้หนึ่งที่โลกรู้จักดีได้ถือกำเนิดขึ้น เขาผู้นั้นคือ ไมเคิล แองเจโล บัวนาร็อตตี
สมัยนั้นเมืองฟลอเรซ์กำลังวุ่นวาย เต็มไปด้วยการฆ่าฟัน การกบฎ ปฎิวัติแย่งชิงความเป็นใหญ่ การแก่งแย่งอำนาจกันในทางศาสนา
ความขัดแย้งแข่งขันทางด้านศิลปะ และการคดโกงกันทางการเมือง
ชีวิตของไมเคิลแองเจโล เกิดมาท่ามกลางสิ่งเหล่านี้และเมื่อเขาเติบโตขึ้น
เขาก็กลายเป็นตัวศูนย์กลางของสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เขาเป็นนักต่อสู้ตัวยง
สู้เพื่ออุดมคติ ซึ่งทำให้ชีวิตเขาแทบจะหาความสงบสุขมิได้เลย
ทางด้านศิลปะเล่า เขาก็มีฝีมืออย่างยอดเยี่ยมทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมและจิตรกรรม รวมทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์อีกด้วย
และที่เด่นที่สุดก็คืองานประติมากรรม ที่ยากจะหาผู้ใดมีฝีมือทัดเทียมเขาได้
---------------------------
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงแหลมสูงฃอง เลโอนาร์โด ดาวินซี (ผู้เขียนภาพอันระบือลือลั่น "โมนาลิซา" )ตระโกนก้อง
"ฉันไม่อยากแข่งทำหินดุคชิโอนี่ เพราะประติมากรรมมันเป็นเรื่องเคริ่องยนต์กลไกไม่ได้ใช้สมองอย่างการวาดรูป
งานแกะสลักน่ะมันเป็นงานของกรรมกร พวกประติมากรทุกคนมักจะจบชีวิตลงอย่างสกปรก"
ไมเคิลแองเจโลหน้าแดงตลอดใบหูเขาโกรธ มิใช่สำหรับตัวเขาเอง แต่รู้สึกราวกับว่าเขารวมเอาความโกรธของประติมากรทุกคนมาไว้ที่เขาทั้งหมด
เขาสาบานในใจว่า"สักวันหนึ่งเถอะฉันจะทำให้เลโอนาร์โดคืนคำพูดนี้ให้ได้
------------------------------------
ไมเคิลแองเจโล รู้สึกว่า เบเนเด็ตโต
ซึ่งเป็นนักเรียนฝึกหัดฝีมือดีคนหนึ่ง สนใจกับสัดส่วนของร่างกาย
มากกว่านิสัยใจคอของคนที่มาเป็นแบบให้วาด เขาเคยบอกว่า
"ใบหน้าของคน แบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ อันแรก ผมกับหน้า ต่อมาก็จมูก
แล้วก็ถึงคางกับปาก
ทีนี้มาดูสัดส่วนของคน--(ฉันยกเว้นพวกผู้หญิงเพราะไม่เห็นมีได้สัดส่วนสักคน
)-แขนกับมือ จะยาวถึงกึ่งกลางตะโพกพอดีความสูงของแต่ละคน
เป็นราวแปดเท่าของใบหน้า
เวลายืนกางแขนความยาวจากปลายมือข้างหนึ่งถึงอีกข้างหนึ่ง
จะเท่ากับความสูงพอดี"
ไมเคิลแองเจโลเคยลองพยายามวาดภาพตามกฎเกณฑ์ที่ว่านี้ แต่สิ่งที่เขาวาดได้ดูเหมือนซากศพ มากกว่าอย่างอื่น
------------------------------------------------------------------------------
กีร์ลันไดโยมีตำราอยู่เล่มหนึ่งเกี่ยวกับการวาดเขียน ความตอนหนึ่งว่า
"................เมื่อรักจะเป็นศิลปิน ก็ต้องพยายามศึกษา เทววิทยา
ปรัชญา หรือไม่ก็วิทยาศาสตร์ด้านต่างๆ กินดื่มให้เต็มที่
เพื่อรักษาสมรรถภาพของมือไว้
สิ่งหนึ่งที่จะทำให้มือสั่นและไม่มั่นคงเหมือนใบใม้ยามต้องลม
ก็คือการมั่วสุมอยู่กับผู้หญิง"
-------------------------------------------------------------------------------
ความลับของเขา............ความกระหายที่จะได้เป็นผู้แกะสลัก...................ค่อยๆเผยออกมาแล้ว ไมเคิลแองเจโลอธิบายว่า
"พระผู้เป็นเจ้า
ทรงเป็นปฎิมากรคนแรกของโลกเพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ผู้ชายขึ้น
และเมื่อพระองค์จะประทานคำสั่งสอน พระองค์ใช้อะไรจารึก........ก็หิน
ดูสิมีพวกเราที่เป็นนักวาดเขียนกันตั้งกี่คน
ที่นั่งเล่นอยู่ที่โอโม............แต่จะมีปฎิมากรสักกี่คนในฟลอเรนซ์เวลา
นี้?
ทำไมช่างแกะสลักจึงมีน้อยลงทุกที เพราะการแกะสลักต้องใช้กำลังมาก
การใช้ค้อนทุบลงไปบนหินแข็งๆ ทำให้เหนื่อยทั้งกายใจ
ผิดกับการใช้แปรงจุ่มสี หรือไม่ก็ปากกา ถ่าน แล้วป้ายเบาๆลงบนกำแพง
หรือกระดาษ แทบจะไม่ต้องออกแรงเลย"
จาโคโปแสดงความไม่เห็นด้วย อย่างเปิดเผย แต่ทว่า บาช ซีเพื่อนอีกคนหนึ่งพยายามอธิบายว่า
"ถ้าจะวัดความสูงยิ่ง ของศิลปะกันด้วยความเหนื่อยละก็ พวกขุดหินก็น่าจะได้ชื่อว่า มีเกียรติกว่านักแกะสลัก
ช่างเหล็ก ก็น่าจะนับว่าเก่งกว่าช่างทองนะสิ"
"แต่นี่นายเห็นด้วยไหม?" ไมเคิลแองเจโลตั้งคำถาม
"ว่าศิลปะมันจะสูงส่งก็ต่อเมื่อมันแสดงความจริงออกมา
การแกะสลักแสดงความจริง ได้ตรงกว่าการวาดรูป
เพราะว่าเห็นความจริงกันจากทั้งสี่ด้าน
ศิลปินจะต้องใช้ความถี่ถ้วนให้มากกว่าตั้งพันเท่า"
จาโคโปขัดคอว่า
"ปฎิมากรรมน่ะน่าเบื่อจะตาย ไม่เห็นทำอะไรกันได้เลย
มีก็แต่ผู้ชายผู้หญิง สิงห์โต ม้า
ดีแต่พวกนี้.........อย่างเดียวไม่เปลียนแปลง
แต่จิตรกรน่ะจะวาดอะไรก็ได้ในจักรวาล จะเป็น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ภูเขา
ต้นไม้แม่น้ำ.....พวกช่างปั้นช่างแกะสลักน่ะเป็นพวกที่น่าเบื่อหน่ายที่สุด"
ทั้งๆที่น้ำตาคลอเบ้า ไมเคิลแองเจโลยังคงเถียงต่อไป
"พวกรูปวาดน่ะมันเสียหายได้นะ ถ้าร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไป สีก็จะซีดลง หรือไม่กำแพงก็อาจเป็นรอยแต่หินมันถาวรตลอดกาล ..........
มินาส์ดียกมือขึ้นเป็นการขัด เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ
"นายเคยคิดบ้างไหมล่ะ เหตุที่ไม่ค่อยมีนักแกะสลักน่ะ
ก็เพราะว่าราคาหินอ่อนและทองสัมฤทธ์น่ะสูงเหลือเกิน
การวาดรูปน่ะมันถูกคนจ้างสนับสนุนให้วาดก็มีมากมาย
ใครล่ะเป็นคนหาหินมาให้นาย หรือออกเงินให้นายจัดทำ? "
คำถามนี้ไมเคิลแองเจโลตอบไม่ได้ และเขาก็เดินจากมาโดยมิได้กล่าวอะไรเลยแม้แต่คำเดียว
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบร์ทอลโลเป็นบุคคลเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ถ่ายทอดเอาความรู้ทั้งหมด
ทางด้าน ประติมากรรม ไว้ในตัวตั้งแต่สมัยประติมากรรมเจริญรุ่งเรื่องสุดขีด
เขาเป็นลูกศิษย์ของ โดนาเตลโล ประติมากรมีชื่อก่อนสมัยไมเคิลแองเจโล
เขากล่าวกับลูกศิษย์รวมทั้งไมเคิลแองเจโลว่า"
ทักษะต่างๆมันถ่ายกันไม่ได้ โดนาเตลโล
เขาสามารถทำให้ฉันเป็นทายาทสืบความรู้ของเขาได้
แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้ฉันเท่าเขาได้
เราก็จะเป็นอย่างที่พระเจ้าปั้นเรามานั่นแหละ ฉันจะสอนเธอทุกอย่าง
ที่โดนาเตลโลสอนฉันมา
เธอจะรับไว้ได้สักเท่าไร นั้นแล้วแต่ความสามารถของเธอเอง"
------------------------------------------------
จากหนังสือวิญญาณศิลปิน
ศรีทักษิณ แปล
สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์
พ.ศ.2511
|
|