how should you do? if the god forgot give you a luck! someone said if you do the right thing then.god pray you then. but for me I never get luck by the way. my luck!! for long time I didn't get that....
Ohhhhhhhh god...just give me a little bit of luck T^T
I don't know how to find my real life and how to find my work. and how to get past everything did make myself los.
however. I know. nobody perfact and everybody they just love theyself so then who love me it real.
in my life I can't speak out anything and do anything did I wanna do and I know.
how difficult to be growing up but the most difficult is how to keep your mind when you felt down!
that's impostant. now I feel blue so much but offen I felt that. ^^ I don't know how to keep walking right now.
I really tired and I try to do something it's make me feel better but nothing better.
so don't boring me you guys ^--------------^ Stand Up!!!!!!!!!!!
haha ไหง วกมา หาเจ้าพวกนี้ได้ฟะ
Credit : http://www.youtube.com/watch?v=_T1ByzWgr-E
This is some of my peak week last month ^^ I be proud present to all you guys see. let's go!!!!!!!!!!!
Last month it is my peak monthly.....umm whatever start first week of the month I went to bigbang concert
and the third weekend I went to Choc Chai farm and then after that I went to Donhwan O_O I really happy..
everyone hahah
this is some of the picture and took by me.. ^^ So I really like this picture arkkk beuatifull it is!! ^^
umm in fact today I wanna post about my GD&YB ^^ hahah (my mine mind O_O) yeah they're mi naka.
you guys let listen GDYB "issue"
umm whatever GD version or YB version! I pretty sure all V.I.P support them naka ^^ but.....
อยากบอกว่า ชอบเวอร์ชั่น อิจีมากกว่า ครับ ท่าน T^T ลำเอียงป่าวเนี่ย.3..
1. การแต่งกาย
บริษัทขอแนะนำพนักงานทุกท่านว่า
ท่านควรแต่งกายให้เหมาะสมกับฐานเงินเดือนของท่าน
เพราะถ้าทาง บริษัท เห็นว่าท่านใส่รองเท้า PRADA ราคา 30,000 บาท
และถือกระเป๋า GUCCI ราคา 40,000 บาท มาทำงานแล้วล่ะก็
บริษัทขอสันนิษฐานว่าฐานเงินเดือนของ ท่าน เหมาะสมดีอยู่แล้ว ไม่เห็นควรต้อง ขึ้นเงินเดือนแต่อย่างใด
2. การลาป่วย
บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์ หรือคำวินิจฉัยใด ๆ
ที่ระบุว่าท่านป่วย เพราะถ้าท่านสามารถไปพบแพทย์ ได้ ท่านก็น่าจะมาทำงานได้
3. การผ่าตัด
ห้ามพนักงานทำการผ่าตัดใด ๆ ทั้งสิ้น
ตราบเท่าที่ท่านยังเป็นพนักงานของที่นี่
ท่านจำเป็นต้องมีอวัยวะ ครบถ้วน
ท่านไม่สามารถตัดสินใจยักย้าย ถ่ายเทหรือตัดอวัยวะใด ๆ ทิ้ง
เพราะบริษัทว่าจ้างท่านครบทุกส่วนและไม่บุบสลาย
การยักย้ายถ่ายเทอวัยวะใด ๆ ถือว่าเป็นการละเมิดต่อสัญญาจ้างงาน
4. การลากิจ
พนักงานมีสิทธิ์ลากิจได้ 104 วันต่อปี ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์
5. การลาพักร้อน
บริษัทยินดีอนุญาตให้พนักงานลาพักร้อนได้ในช่วงเดียวกันของทุกปี
โดยบริษัทขอประกาศให้วันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม
เป็นวันหยุดพักผ่อน
ประจำปี
6. การลาเพื่อไปร่วมพิธีศพ
การลางานเพื่อไปร่วมพิธีศพไม่ถือว่าสมเหตุสมผล
เนื่องจากท่านไม่สามารถทำให้เพื่อน ญาติ
หรือเพื่อนร่วมงานฟื้นขึ้นมาได้
แต่หากพนักงานจำเป ็นต้องไปร่วมพิธีศพ
พิธีควรจะจัดในช่วงเย็นหลังเวลา
เลิกงาน บริษัทยินดีให้ท่านออกไปก่อนเวลาเลิกงาน 1 ชั่วโมง
7. การลาอันเนื่องมาจากเสียชีวิต
ถือเป็นการลาอย่างสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม
พนักงานควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
เพื่อที่ บริษัทจะได้หาและฝึกพนักงานใหม่ขึ้นมาแทน
8. การใช้ห้องน้ำ
เนื่องจากเวลาในการใช้ห้องน้ำนานเกินไป
จึงขอให้พนักงานปฏิบัติดังนี้
ให้พนักงานเข้าห้องน้ำเรียง ตามลำดับอักษร เช่น
พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย ' ก ' ให้เข้าห้องน้ำในเวลา 8.30 - 8.50 น.
และ พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย ' ข ' ใช้เวลา 8.50 - 9.10 น. ตามลำดับ
ท่านใดที่ไม่สามารถ เข้าห้องน้ำได้ในเวลาที่กำหนด ขอให้รอเข้าในวันถัดไปเมื่อ ถึงรอบของท่านอีกครั้ง
ถ้าท่านจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำเป็นกรณีฉุกเฉินขอให้ สลับเวลากับพนักงานท่าน อื่น
แต่ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้างานเป็นลายลักษณ์อักษร
( ไม่จำเป็นต้องบันทึกลงบนกระดาษชำระก็ได้)
9. เวลาพักกลางวัน
พนักงานที่มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐานสามารถพักกลางวันได้ 1 ชั่วโมง
เพื่อรับประทานอาหารให้มากขึ้น จะได้ดูมี สุขภาพที่ดี
สำหรับพนักงานที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสามารถพักได้ 30 นาที
เพื่อจะได้รักษาหุ่นให้ดูดีเหมือนเดิม ส่วนพนักงานที่มีน้ำหนักเกินกว่า มาตรฐาน
เพียงพอแล้วสำหรับการดื่มเครื่องดื่มธัญพืช และรับประทานยาลดความอ้วน
ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ท่านอ่านประกาศนี้จบทันที
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
'สมิทธ' ฟันธง 'ส.ค. - ต.ค.' พายุใหญ่ถล่มประเทศไทย ทำให้ กทม.จมบาดาล ระบบประปาพินาศ คนเมืองหลวงไม่มีน้ำใช้ จี้หน่วยงานรัฐเร่งหามาตรการรับมือโดยด่วน ขณะที่อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานฯ หวั่น 'วัดพระแก้ว' เสียหายหากเกิดน้ำท่วมพระบรมมหาราชวัง
การออกมาแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ครั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ในการเสวนาเรื่อง 'แผนรับมือวิบัติภัยในมหานครกรุงเทพ' ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร การเสวนาครั้งนี้มีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเสวนา
ดร.สมิทธ กล่าวว่า จากการศึกษาและติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติมาโดยตลอด พบว่าภัยพิบัติที่จะกระทบ กทม.และปริมณฑล มีอยู่ 2 ประเภท คือ ภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหว และภัยที่เกิดจากน้ำท่วมขัง ซึ่งเกิดจากสภาวะโลกร้อน โดยภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหวเป็นภัยที่รุนแรงและมีผลกระทบต่อมนุษย์จำนวนมาก ทั้งนี้ ประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่ 13 รอย และจากการศึกษาพบว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ รอยเลื่อนทั้งหมดเกิดรอยร้าวเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน ซึ่งการเกิดรอยร้าวดังกล่าวทำให้อาคารที่โครงสร้างไม่แข็งแรงใน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ มีโอกาสถล่มลงมาได้
ดร.สมิทธกล่าวต่อว่า ในพื้นที่ กทม. อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากรอยเลื่อน 2 รอย คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี หากเกิดแผ่นดินไหวซ้ำขึ้นมาอีก เชื่อว่าจะส่งผลให้เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แตก และทำให้น้ำปริมาณกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลทะลักเข้าสู่ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม และ กทม.
'กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนดินเลน เมื่อได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแล้ว ระยะสั่นสะเทือนจะขยายตัว 2-3 ริกเตอร์ ทำให้อาคารที่สูงไม่เกิน 6 ชั้น อาจแตกร้าวและพังทลายลงมา ส่วนอาคารสูงไม่น่าเป็นห่วง เพราะวิศวกรได้ออกแบบอาคารไว้รองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีความพร้อมในการรับมือกับแผ่นดินไหว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงอาจทำให้เกิดความเสียหายมาก' ดร.สมิทธกล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่า ภัยที่เกิดจากน้ำท่วมขัง เนื่องจากสภาวะโลกร้อนขึ้นนั้น จากสถิติไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าพายุที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียจะมีแรงลมสูงมากถึงขนาดเป็นไซโคลน แต่ตอนนี้เกิดขึ้นแล้วคือพายุไซโคลนนาร์กีส ซึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อขึ้นฝั่งในลุ่มน้ำอิระวดีในพม่า แรงลมสูงสุดถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความรุนแรงถึงระดับ 4
'ผมขอทำนายว่าในเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมนี้ จะมีพายุขนาดใหญ่พัดถล่มประเทศไทย ทางด้านอ่าวไทย ไล่ตั้งแต่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.เพชรบุรี เข้ามา ซึ่งอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์สตรอม เสิร์ช (Strom Search) หรือน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้น้ำทะเลไหลเข้ามาถึงบริเวณปากอ่าวเจ้าพระยา และเข้าท่วมพื้นที่ กทม. โดยกว่าจะไหลย้อนกลับสู่ทะเลต้องใช้เวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ และหากท่วมเหนือคลองประปา จะทำให้ประชาชนไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภค' ดร.สมิทธกล่าว
ด้านนายต่อตระกูลกล่าวว่า มีความเป็นห่วงว่าหากเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริงจะทำให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญหลายแห่งเสียหายโดยเฉพาะวัดพระแก้ว ซึ่งก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ไม่ได้มีการฝังเสาลงดิน หากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่พระบรมมหาราชวังก็จะทำให้เสื่อมความแข็งแรงลงอย่างรวดเร็ว
หลังการเสวนา 'คม ชัด ลึก' ได้สอบถามไปยัง ดร.วัฒนา กันบัว ผู้อำนวยการฝ่ายอุตุนิยมวิทยาทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดพายุใหญ่พัดถล่มประเทศไทยตามที่ ดร.สมิทธกล่าวในการเสวนา ดร.วัฒนาระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม อาจจะเกิดพายุใหญ่ถล่มประเทศไทย เพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงฤดูฝน อยู่ระหว่างช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าประเทศไทย จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าช่วงดังกล่าวมีพายุพัดถล่มประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง อย่างเช่น พายุไต้ฝุ่นเกย์ พายุไต้ฝุ่นลินดา ที่สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนก็เกิดขึ้นในช่วงนี้
ดร.วัฒนา กล่าวต่อว่า สภาวะโลกร้อนอาจส่งผลให้ความรุนแรงของพายุเพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า หากพายุพัดเข้าสู่พื้นที่ที่เป็นเมืองก็อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะหากพายุเคลื่อนเข้าประเทศไทยทางฝั่งภาคตะวันออกจะทำให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ กทม.โดยตรง ซึ่งมีความเป็นห่วงว่า หากมีพายุพัดเข้าบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่ กทม. เนื่องจากขณะนี้แม้จะมีการสร้างเขื่อนกั้นริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาในหลายจุด แต่การสร้างเขื่อนที่ผ่านมาทำเพื่อรองรับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากน้ำเหนือไหลหลาก ไม่ได้มีไว้รองรับพายุที่พัดเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้บริเวณปากแม่น้ำยังไม่มีการก่อสร้างเขื่อน หากเกิดพายุพัดกระหน่ำจริง เขื่อนที่มีอยู่ก็ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมได้
ดร.วัฒนา กล่าวด้วยว่า มีความเป็นห่วงว่าหากช่วงเวลาที่เกิดพายุตรงกับช่วงที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดจะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์พัดกระหน่ำบริเวณชายฝั่ง หากอาคารบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งไม่แข็งแรงก็จะสร้างความเสียหายร้ายแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยามีการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมความพร้อมไว้ด้วย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอพยพผู้ประสบภัย เพราะขณะเกิดเหตุภัยพิบัติหากมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็ว ความเสียหายต่อชีวิตของประชาชนก็จะลดน้อยลง
Credit : Jinlie_d@hotmail.com
Mi soul not cam back from the indoor staduim yet... feel look a like long vacation ^^
lazy to worked and want a long vacation!!!!!!!!!!!!! how I gonna get someday!!!!! haaaa
So my Bos Pleazzzzzzzzzzzzzzzz
กุ๊กกู่ ตอนนี้ เจ้ คลั่งจี มั่กมาก เลยอ่ะ ฟังเพลงนี้จน แบตฯ หมดหลายรอบแล้วอ่ะ T^T แบบว่า ได้รมณ์ แบดบอยอ่ะ นูน่าชอบ 555555555 read more
on about my older post here!!